• ตอบกระทู้
  • ตั้งกระทู้ใหม่
QUOTE 

การปลูกอินทผลัม

เจ้าของร้าน
เจ้าของร้าน
1 ปีที่ผ่านมา

อินทผลัม เป็นผลไม้ที่รู้จักกันดีสำหรับทุกคน จึงไม่ต้องอธิบายรายละเอียดมากนัก จากหลักฐานต่างๆ อุสตาส บูบีนู กล่าวว่า อินทผลัมมีแหล่งกำเนิดอยู่ในประเทศอียิปต์

อินทผลัมมีคุณค่าทางอาหารและมีประโยชน์มากมายต่อร่างกาย ในทุกๆ 100 กรัม อินทผลัมจะให้พลังงานความร้อน 157 แคลอรี และมีบางท่านกล่าวว่า มีถึง 383 แคลอรี ต้องขอกล่าวว่า อินทผลัมสด อินทผลัมแห้ง อินทผลัมเก่าและอินทผลัมชนิดต่างๆ จะมีปริมาณและส่วนประกอบที่ที่แตกต่างกัน

 

บรรดาผู้นำแห่งอิสลามได้ให้ความสำคัญต่ออินทผลัมเป็นพิเศษ ด้วยเหตุนี้เราจะพบคำรายงานบทหนึ่งของอิหม่ามซอดิก (อ) ซึ่งท่านกล่าวว่า อาหารของศาสดามุฮัมมัด (ศ) คือข้าวบาร์เลย์ หากท่านมีมัน และอาหารหวานของท่านคืออินทผลัม  เราจะพบในคำรายงานอีกเช่นกันว่า อิหม่ามอาลี (อ) จะรับประทานขนมปังกับอินทผลัม 

ใน บางคำรายงานกล่าวว่า ศาสดามุฮัมมัด (ศ) และบรรดาผู้นำที่บริสุทธิ์ (อ) ได้กล่าวถึงคุณค่าต่างๆ ของอินทผลัมไว้ดังนี้ว่า วันหนึ่งมีคนนำอินทผลัมจำนวนหนึ่งมาวางต่อหน้าศาสดา (ศ) ท่านจึงกล่าวว่า แท้จริงในอินทผลัมมีคุณประโยชน์ 9 ประการ คือ (1) จะทำลายเชื้อโรค (2) บำรุงกระดูกสันหลัง (3) เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ (4) บำรุงหูและสายตา (5) ทำให้เข้าใกล้ชิดอัลลอฮฺ (6) ทำให้ออกห่างจากมารร้าย (7) ช่วยย่อยอาหาร (8) ขจัดโรคภัยไข้เจ็บ (9) ทำให้ปากมีกลิ่นหอม 

 

จากคำพูดของศาสดามุฮัมมัด (ศ) ที่อธิบายถึงคุณค่าต่างๆ ของอินทผลัมนั้น เราจะพบประโยคหนึ่งที่กล่าวว่า ช่วยขจัดโรคภัยไข้เจ็บ ซึ่งเป็นประโยคที่คล้ายคลึงกันกับคำพูดของอิหม่ามอาลี (อ) ที่ว่า ท่านทั้งหลายจงรับประทานอินทผลัมเถิด เพราะแท้จริงมันจะช่วยเยียวยารักษาความเจ็บป่วยต่างๆ  

ปัจจุบัน ด้วยความก้าวหน้าทางด้านการแพทย์และโภชนาการ จึงทำให้เป็นที่ประจักษ์ชัดถึงความมหัศจรรย์ในคำพูดของศาสดามุฮัมมัด (ศ) ได้อย่างชัดเจน ซึ่งนักโภชนาการกล่าวว่า อินทผลัมสามารถช่วยป้องกันโรคมะเร็งได้ จาก สถิติที่รวบรวมจากดินแดนต่างๆ ที่มีการรับประทานอินทผลัมกันมาก จะประสบกับปัญหาของโรคมะเร็งน้อยมาก เนื่องจากปัจจุบันได้พิสูจน์แล้วว่า การขาดแมกนีเซียมจึงเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งได้ ด้วยเหตุนี้ชาวอาหรับและชาวทะเลทราย ที่ใช้ชีวิตอยู่ในสภาพที่ขาดแคลนอาหาร กลับไม่ต้องเผชิญกับโรคมะเร็ง ก็เพราะในอินทผลัมนั้นมีปริมาณแมกนีเซียมอยู่เป็นจำนวนมาก 

แมกนีเซียม ในอินทผลัมยังมีประโยชน์ในการรักษาสิวในคนหนุ่มสาว ด้วยเหตุนี้หนุ่มสาวที่อยู่ในแถบภูมิภาคที่ไม่มีการปลูกอินทผลัม ก็สามารถหาอินทผลัมมารับประทานได้วันละ 2-3 ผลและ อินทผลัมยังมีประโยชน์ในการรักษาโรคอัมพาตทั่วไปและอัมพาตที่ใบหน้า และอินทผลัมมีประโยชน์ต่อผู้สูงอายุ เนื่องจากจะช่วยบำรุงประสาท ล่าสุดเพิ่งค้นพบว่าการขาดแมกนีเซียมจะทำให้เกิดน้ำตาลในปัสสาวะ แมกนีเซียมมีความจำเป็นสำหรับไตและถุงน้ำดี ซึ่งสามารถขจัดสิ่งเหล่านี้ได้ด้วยการรับประทานอินทผลัมวันละ 2-3 ผล

น้ำตาล ที่มีอยู่ในอินทผลัมได้แก่ เล็ฟวูโลส คลูโคส แซ็กกาโรส เราเคยทราบกันมาว่าแมกนีเซียมในสมองของผู้สูงอายุจะค่อยๆ ลดน้อยลง ดังนั้นเพื่อทดแทนสิ่งที่สูญเสียไป จำเป็นต้องรับประทานอาหารที่มีแมกนีเซียมสูง และอินทผลัมคือหนึ่งในอาหารเหล่านั้น

ผู้ป่วยที่เป็นเบาหวานสามารถใช้ประโยชน์จากน้ำตาลของอินทผลัมแทนน้ำตาลทั่วไป ได้ เนื่องจากแมกนีเซียมในอินทผลัมจะช่วยทำให้ไตและตับอ่อนทำงานได้ง่ายดายยิ่ง ขึ้น ในอีกด้านหนึ่ง วิตามินบี2 ที่ มีอยู่ในอินทผลัมจะช่วยดูดซับน้ำตาลจากอาหารอื่น โปรแตสเซียมและแมกนีเซียมในอินทผลัม มีบทบาทอย่างมากในการสร้างความสมดุลแก่เซลต่างๆ ของร่างกาย และมีผลที่น่าอัศจรรย์ในการฟอกเลือด

คุณสมบัติของอินทผลัมที่ถูกอธิบายไว้จากคำกล่าวของท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ) คือ

(1) อินทผลัมมีผลต่อการย่อยของอาหาร : เนื่องจากอินทผลัมมีสารอาหารที่จำเป็นเพียงพอ และมีปัจจัยกระตุ้นการย่อยและการดูดซึมสารอาหาร จึงมีส่วนช่วยในการย่อยอาหาร

(2) อินทผลัมมีผลต่อการเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ : ในอินทผลัมมีฟีลกูลีนในปริมาณหนึ่ง ซึ่งจะช่วยบำรุงการหลั่งน้ำเชื้อของเพศชาย

(3) อินทผลัมจะช่วยขจัดความเมื่อยล้า : ศาสดามุฮัมมัด (ศ) กล่าวว่า ท่าน ทั้งหลายจงรับประทานอินทผลัมบุรอนี เพราะแท้จริงมันจะช่วยขจัดความเมื่อยล้าให้หมดไป จะช่วยดับความหนาวเย็น และจะทำให้พ้นจากความหิว และในอินทผลัมนั้นมี 72 ประตูแห่งการเยียวยารักษา (โรคต่างๆ)

(4) คุณสมบัติในการต่อต้านความหิวกระหาย (การขาดสารอาหาร) : การ เริ่มต้นการละศีลอดด้วยอินทผลัมและลูกเกดในปริมาณเล็กน้อย จะทำให้ร่างกายขจัดความต้องการน้ำตาลที่เกิดจากการถือศีลอดได้ มันจะให้พลังงานที่จำเป็นต่อร่างกาย และช่วยยับยั้งการสะสมของไขมัน (การไม่เคลื่อนไหวหรือไม่ได้ใช้กำลัง จะทำให้เกิดการสะสมของไขมันใต้ผิวหนัง และทำให้ตับเกิดการบกพร่อง) ด้วยเหตุนี้การรับประทานอินทผลัมจะช่วยลดการสะสมของไขมัน และด้วยสารอาหารต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อตับ จึงเพิ่มความทานต้านให้ร่างกาย

ดัง ที่กล่าวไปแล้วว่า อินทผลัมให้พลังงานแก่ร่างกายโดยไม่ทำให้สิ่งใดบกพร่องไปจากร่างกายเลย ในขณะที่การดูดซึมและการย่อยอาหารอื่นๆ ทุกชนิด จะทำให้ร่างกายสูญเสียวิตามินซีหรือสารอาหารอื่นๆ ไปในปริมาณหนึ่ง แต่อินทผลัมยังคงมีสารอาหารที่จำเป็นอยู่ทั้งหมด

ด้วยคุณสมบัติต่างๆ ของอินทผลัมนี้เอง ศาสดามุฮัมมัด (ศ) จึงกล่าวว่า บ้านใดก็ตามที่ไม่มีอินทผลัมอยู่ในบ้าน แท้จริงแล้วบุคคลต่างๆ ในบ้านนั้นล้วนเป็นผู้หิวโหย (แม้ว่าท้องของพวกเขาจะอิ่มก็ตาม) 

และ อีกคำสอนหนึ่ง หลังจากการค้นคว้าวิจัยมาเป็นเวลานานของนักวิชาการ จึงค้นพบความลี้ลับของมันคือ การเริ่มต้นด้วยการรับประทานอินทผลัม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเดือนรอมฎอน  ซึ่งคำรายงานได้กล่าวว่า เมื่อ ใดก็ตามที่อาหารถูกนำมายังศาสดามุฮัมมัด (ศ) หากในอาหารนั้นมีอินทผลัมอยู่ ท่านจะเริ่มต้นด้วยการรับประทานอินทผลัมก่อน และในช่วงที่มีอินทผลัมแห้ง ท่านมักจะละศีลอดด้วยอินทผลัมแห้ง แต่หากอยู่ในช่วงที่มีอินทผลัมสด ท่านจะละศีลอดด้วยอินทผลัมสด 

ใน ช่วงของการละศีลอด ผู้ถือศีลอดจะรู้สึกหิวอย่างรุนแรง มีคนจำนวนมากที่รับประทานอย่างมากมายแต่ก็ยังรู้สึกไม่อิ่ม และด้วยความรู้สึกที่ยังหิวอยู่เขาจึงรับประทานต่อไปอีก แต่หลังจากรับประทานจนอิ่มจัด เขาจะรู้สึกอึดอัดและไม่สบายตัว ในที่นี้หากเขาเริ่มต้นการละศีลอดด้วยอินทผลัมในปริมาณหนึ่งก่อนรับประทาน อาหาร การรับประทานอินทผลัมดังกล่าวจะยับยั้งเขาจากการรับประทานจนอิ่มเกินไปได้

 

คุณสมบัติของอินทผลัมที่เกี่ยวข้องกับสภาพของจิตใจหรือทางจิตวิญญาณของมนุษย์ 

 

ศาสดามุฮัมมัด (ศ) กล่าวว่า ท่าน ทั้งหลายจงให้สตรีที่อยู่ในช่วงเดือนของเธอ ที่กำลังจะให้กำเนิดบุตร ให้เธอรับประทานอินทผลัมเถิด เพราะแท้จริงบุตรของเธอจะได้เป็นผู้ที่มีความอดทนอดกลั้น และเป็นผู้ที่สะอาดบริสุทธิ์

 

 

บทเรียนที่ 1  การเพาะเมล็ดอินทผลัม
เรียบเรียงโดย : ชาวนา™

///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

  ลักษณะของเมล็ดอินทผลัม  โดยทั่วไปเมล็ดอินทผลัมไม่ว่าพันธุ์อะไรจะมีลักษณะคล้ายกันหมด แตกต่างแค่รูปร่างที่อาจมีเล็ก-ใหญ่, อ้วน-ผอม ต่างกันไปตามแต่ละสายพันธุ์ ดังนั้นการเพาะเมล็ดผมจึงขอเรียกว่า  ด้านหน้าเมล็ด กับ ด้านหลังเมล็ด

1. ด้านหน้าเมล็ด  จะเป็นร่องยาวตั้งแต่หัวจรดท้าย



2. ด้านหลังเมล็ด จะเรียบและโค้งนูน มีจุดกลมๆ เล็กๆ อยู่ตรงกลางเมล็ด (สังเกตุดีๆ จุดนี้บางเมล็ดอาจไม่ชัด) ไว้สำหรับแทงรากก่อนจะเจริญเติบโตเป็นใบและต้น



3. ความแตกต่าง ภาพนี้จะแสดงความแตกต่างระหว่างด้านหน้าและด้านหลังของเมล็ดครับ



4. เยื่อหุ้มเมล็ด  หลังจากรับประทานเนื้ออินทผลัมหมดแล้ว เราจะเห็นว่ามีเยื่อบางๆ สีขาวหุ้มเมล็ดอยู่อีก 1 ชั้น ก่อนจะทำการเพาะเมล็ด ควรล้างเมล็ดให้สะอาด ทั้งความหวาน และเยื่อหุ้มเมล็ดออกให้หมด ด้วยน้ำสะอาด (บางคนใช้ซันไลท์...เปลืองไปหน่อยไม่แนะนำ) ประมาณ 3-4 รอบ  จนกว่าเยื่อหุ้มเมล็ดจะออกทั้งหมด 



5. ผึ่งเมล็ดให้แห้ง  สำหรับผลสดหลังจากล้างเมล็ดและเยื่อหุ้มเมล็ดออกหมดแล้ว ให้นำเมล็ดที่ล้างผึ่งลมให้แห้งประมาณ 2-3 วัน (ไม่แนะนำให้ตากแดด) เพื่อให้เมล็ดมีการพักตัว



6. การอบเมล็ด  นำเมล็ดที่ผึ่งไว้จนแห้ง แ่ช่น้ำสะอาดทิ้งไว้ 2 คืน จากนั้นเทน้ำทิ้งให้หมด นำเมล็ดขณะที่ยังเปียกๆ บรรจุลงในขวดน้ำดื่ม หรือกระปุก หรือขวดโหล แล้วปิดฝาให้สนิทนำไปไว้ในที่ร้อนอบอ้าวนิดนึง เช่น ในรถยนต์   หากอากาศร้อนอบอ้าว เมล็ดจะงอกในเวลาไม่เกิน 3-5 วัน  แต่หากอากาศเย็นเมล็ดจะใช้เวลานานมากในการงอก  ดังนั้นเมื่อเห็นว่าอากาศเย็นไม่แนะนำให้เพาะเมล็ดหรืออบเมล็ดในขวด  เพราะนอกจากเมล็ดจะไม่งอกแล้วยังพาทำให้เมล็ดเน่าได้อีก (เสียดายของ)  แต่ในขณะเดียวกันให้สังเกตุด้วยว่า หากเมล็ดในขวดแห้งเกินไป ควรหยอดน้ำเติมลงไปสักเล็กน้อย แล้วเขย่าให้เมล็ดคลุกน้ำให้ทั่ว  ควรระวังไม่ให้น้ำในขวดท่วมขังเพราะจะทำให้เมล็ดเน่าได้เช่นกัน



7. การงอกของเมล็ด  หลังจากที่เรานำเมล็ดอบไว้ในขวด หากอากาศร้อนอบอ้าวเมล็ดจะใช้เวลางอกไม่เกิน 3-5 วัน ซึ่งจะขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในขณะที่เราทำการอบเมล็ด



8. ภาพแสดงการงอกของเมล็ด  ในการงอกขอเมล็ดนั้น รากสีขาวจะเริ่มแทงออกมาทางด้านหลัง ตรงวงกลมเล็กๆ ก่อนจะค่อยๆ ยาวเหมือนถั่วงอก  แสดงว่าพร้อมสำหรับการนำเมล็ดไปเพาะลงถุงแล้วครับ



9. ขนาดของรากที่พอเหมาะสำหรับการเพาะลงถุงดำ  เนื่องจากรากของอินทผลัมมีความยาวมาก ดังนั้นเราจึงควรรีบเพาะในขณะที่รากยังยาวไม่เกิน 3 ซม. ดีที่สุด เพราะจะทำให้รากกระทบกระเทือนน้อยที่สุด หรือหากปล่อยให้ยาวเกินไปรากอาจจะหัก หรือรากอาจจะเน่าในขวดเสียก่อนครับ  ภาพนี้รากสั้นสามารถเพาะได้แล้วเช่นกัน



10. รากยาว การอบเมล็ดนานเกินไป อาจทำให้รากยาวเกินความจำเป็น ดังนั้นเวลานำออกจากขวดลงถุงเพาะชำ ควรนำออกมาด้วยความระมัดระวัง เพราะอาจทำให้รากหักได้



11. หลักการเพาะเมล็ดอินทผลัม  ให้ดูจากทิศทางของรากอินทผลัมเป็นหลัก ไม่ต้องสนใจว่าส่วนไหนคือด้านหน้า ส่วนไหนคือด้านหลังเมล็ด เพราะหน่ออินทผลัมจะงอกออกจากราก  ไม่ได้งอกออกทางด้านหน้าของเมล็ด (เมล็ดทำหน้าที่เป็นแหล่งอาหาร) ดังนั้น การทำให้รากหักก็เท่ากับเสียเมล็ดนั้นไปทันที ธรรมชาติของอินทผลัมจะแทงรากลงดินก่อน จากนั้นต้นอ่อนจึงจะแทงขึ้นมาจากรากสีขาวๆ ที่เราเห็นโผล่ออกมาทีแรก  ภาพนี้แสดงให้เห็นการเพาะอินทผลัมโดยที่รากแทงลงขนานไปแนวเดียวกับเมล็ด  รากไปทางไหนเราปักรากให้ลงตรงๆ ได้เลย ไม่ต้องสนใจด้านหน้าด้านหลัง



12. การงอกของเมล็ดอินทผลัม  อย่างที่บอกไปตั้งแต่แรก  ต้นอ่อนของอินทผลัมจะงอกขึ้นมาจากรากที่แทงลงดิน ไม่ได้งอกออกมาจากด้านหน้าของเมล็ดแต่อย่างใด  ดูภาพประกอบ



13. การเพาะเมล็ดอินทผลัม สิ่งสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในการเพาะเมล็ดลงดิน คือ อย่ากดเมล็ดลงให้ลึก ให้วางแบบในภาพนี้ได้เลยครับ ไม่ต้องให้ดินท่วมเมล็ดได้ยิ่งดี



14. การงอกของเมล็ดอินทผลัม  โดยปกติหลังจากที่เราเพาะเมล็ดอินทผลัมลงดิน ด้วยเมล็ดที่ผ่านการอบให้รากงอกออกมาก่อนนั้นจะใช้เวลาไม่เกิน 20 วัน ต้นเล็กๆ จะเริ่มโผล่ขึ้นมาทักทายเราแล้วครับ



15. การเจริญเติบโตของเมล็ดอินทผลัม  เมื่อเวลาผ่านไป 20 วัน หน่ออินทผลัมน้อยๆ เริ่มโผล่ขึ้นมาจากพื้นดิน แล้วพัฒนาเป็นใบและลำต้นต่อไป  สำหรับเมล็ดอินทผลัมแท้จริงแล้วมันทำหน้าที่เป็นแหล่งอาหารให้ต้นอ่อน ก่อนที่รากจะสามารถดูดอาหารจากดินไปเลี้ยงต้นและใบครับ


 

บทเรียนที่ 2  การดูแลเมล็ดในถุงเพาะชำ
เรียบเรียงโดย : ชาวนา™

///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////


ห้องเรียนนี้ไม่มีเช็คชื่อนะครับ  ใครขยันอ่านขยันติดตามก็คิดว่าน่าจะได้ประโยชน์ไม่มากก็น้อย เพราะผมจะถ่ายทอดจากประสบการณ์จริงที่ลงมือทำเองทั้งหมด ... คิดว่าสมาชิกทุกท่านคงได้ศึกษาบทเรียนที่ 1 กันไปบ้างแล้ว และคิดว่ามีหลายๆ ท่านได้เริ่มลงมือปฏิบัติกันบ้างแล้ว และอาจมีหลายท่านกำลังค้นฟ้าคว้าดาวตามหาเมล็ดพันธุ์แบบพลิกปฐพีเลยก็ว่า ได้  ไม่ว่าจะได้เมล็ดพันธุ์อินทผลัมชนิดไหนมาอย่าลืมทำตามบทเรียนที่ 1 นะครับ..



หลัง จากที่หยอดเมล็ดลงถุงไปเรียบร้อยแล้ว  การดูแลรักษาเมล็ดพันธุ์มีความสำคัญมาก ในที่นี้จะพูดถึงการรดน้ำ เพราะการให้น้ำในขณะที่เมล็ดยังไม่พัฒนาเป็นลำต้นนั้น ต้องให้ด้วยความระมัดระวัง เพราะการให้น้ำมากเกินไปอาจทำให้เมล็ดที่กำลังมีรากสีขาวๆ นั้นเน่าได้  แต่ถ้าหากให้น้ำน้อยเกินไปจนทำให้ดินในถุงแห้ง ก็จะำทำให้รากแห้งเหี่ยวและตายในที่สุด ในระหว่างนี้ห้ามรดน้ำผสมปุ๋ยหรือให้ปุ๋ยทุกชนิดครับ



การให้น้ำมากเกิน  จนทำให้ดินในถุงเปียกแฉะตลอด 24 ชั่วโมง หรือ ถุงเพาะชำวางไว้กลางแจ้งและโดนฝนมากเกินไป หรือ ถุงเพาะชำไม่ระบายน้ำ (ดินในถุงอาจแน่นเกินไป) ทุกอย่างล้วนต้องดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะหากปล่อยให้น้ำขังในถุงหรือรดน้ำจนดินแฉะตลอดเวลา ก็เป็นสาเหตุทำให้รากอินทผลัมเน่าได้เช่นกัน


กรณีที่วางถุงเพาะชำไว้กลางแจ้ง และโดนฝนตลอด หลังฝนตกให้สำรวจดูว่าในถุงเพาะชำมีน้ำขังหรือไม่ ถุงระบายน้ำได้ดีหรือไม่ หากมีอย่างละเลยนะครับ ให้หาทางระบายน้ำออกจากถุงด้วยการใช้ไม้เสียบลูกชิ้นแทงลงไปในดินให้ทะลุที่ ก้นถุง แค่นี้ก็สบายหายห่วงแล้วครับ  แม้ฝนจะตกหนักหรือตกติดต่อกันหลายวัน หากถุงเพาะชำระบายน้ำได้ดีก็หมดปัญหา  แต่ถ้าหากใครที่เพาะไม่มากแนะนำให้นำถุงเพาะชำไว้ในร่มและโดนแดดบ้างวันละ 2-4 ชั่วโมง จะช่วยให้ดินมีความร้อนและส่งผลให้เมล็ดงอกเร็วยิ่งขึ้น

กรณีให้น้ำน้อยจนเกินไป หรืออาจเกิดจากลืมรดน้ำ หรือไม่มีเวลารดน้ำ จนดินในถุงเพาะชำแห้ง  สาเหตุนี้ต้องระวังให้มาก หากไม่มีเวลาอยู่บ้านต้องบอกให้คนที่บ้านคอยรดน้ำให้วันละ 1 ครั้ง ในตอนเช้าก็พอครับ  ไม่ต้องรักมันมากรดน้ำวันละ 3 เวลานะครับ (เช้า-กลางวัน-เย็น) เพราะให้น้ำมากมีผลเสียมากกว่าผลดี



จะรู้ได้อย่างไรว่าให้น้ำในปริมาณที่พอเหมาะ  ให้สังเกตความชุ่มชื้นของดินด้วยสายตาของเราเอง  หากถุงเพาะชำแห้งเกินไปดินจะกลายเป็นผงใช้นิ้วเขี่ยหรือสัมผัสดูจะเห็นว่า ดินร่วนจนเป็นผง  แต่ถ้าหากดินเปียกน้ำจนเกินไปนิ้วของเราที่จิ้มลงในถุงเพาะชำก็จะมีคราบน้ำ ติดมือขึ้นมาด้วย  ดังนั้นการผสมดินจึงควรคำนึงถึงการระบายน้ำให้ดี  อัตราส่วนดินผสมเอง  แกลบดำ 2 ส่วน, ดิน 1/2 ส่วน, ทรายหยาบ 1/2 ส่วน รวมทั้งหมด 3 ส่วน   แต่หากเป็นดินถุงที่ซื้อตามร้านทั่วไป ไม่ต้องผสมครับเพราะส่วนมากมีแต่แกลบดำอยู่แล้ว

ความลึกของการกลบเมล็ด มีผลต่อการงอกของต้นอินทผลัม  การกลบเมล็ดยิ่งลึกยิ่งทำให้การงอกช้าตามไปด้วย แต่ในทางกลับกัน การวางเมล็ดไว้บนผิวดินตื้นๆ ทำให้ต้นอินทผลัมงอกเร็วกว่าหลายเท่าตัว



ตอนปลูกกลบเมล็ดลึกเกินไป งอกช้ากว่าปกติ 5-7 วัน หรือบางทีอาจนานถึง 15 วัน



ตอนปลูกกลบเมล็ดบางๆ รดน้ำนานไปเหลือแต่เมล็ด ต้นงอกเร็ว



ปัญหารากหัก อาจเกิดจากความไม่ตั้งใจ ส่งผลทำให้รากของอินทผลัมหัก นับว่าเป็นปัญหาร้ายแรงที่ทำให้เราเสียเมล็ดนั้นไปเลย  ถึงแม้เราจะเพาะลงดิน แต่โอกาสที่จะงอกเป็นต้นกล้าเล็กๆ น้อยมาก  ดังนั้นควรดูแลเมล็ดขณะอบในขวดตามบทเรียนที่ 1 อย่างระมัดระวังไม่ควรเขย่าขวดแรงๆ จนเป็นสาเหตุทำให้รากหักได้



รากที่เจริญเติบโตเป็นปกติ  โดยทั่วไปหลังจากที่นำเมล็ดอินทผลัมลงถุงเพาะชำจะใช้เวลาไม่เกิน 20 วันเราจะเริ่มเห็นต้นกล้าอ่อนๆ เริ่มโผล่ขึ้นมารับแสงแดดในตอนเช้าๆ  ในขณะที่รากอินทผลัมที่ล่วงเลยมายี่สิบกว่าวันมีความยาวไม่น้อยกว่า 3 นิ้ว (แนะนำให้ใช้ถุงเพาะชนิดยาวมากกว่า 3.5 นิ้ว) และพร้อมที่จะแทงต้นอ่อนขึ้นมาจากรากอันสวยงามของมัน



หนึ่งเมล็ดมีสองราก  โอกาสที่จะพบเห็นเมล็ดอินทผลัม 1 เมล็ดมี 2 ราก นับว่าน้อยมากอาจเรียกว่าแทบไม่มีใ้ห้เห็นเลยก็ว่าได้ครับ  ภาพนี้นับว่าเป็นภาพที่หายากมากที่สุดจาก 5,000 เมล็ดพบเพียง 2 เมล็ดเท่านั้นที่งอกมาพร้อมกันสองรากในเมล็ดเดียว  ใครเจอแบบนี้นับว่าโชคดีครับ เพราะคุณจะได้ 2 ต้นในเมล็ดเดียว



รากงอกผิดตำแหน่ง  อันนี้พบเห็นได้ไม่บ่อยเช่นกัน แต่ก็ไม่ยากเท่ากรณีหนึ่งเมล็ดสองราก จาก 1,000 เมล็ดจะพบประมาณ 5 เมล็ดเท่านั้นที่แทงรากออกมาในตำแหน่งหัวหรือท้ายเมล็ด

 

 

 

บทเรียนที่ 3 การดูแลต้นกล้าอินทผลัม
เรียบเรียงโดย : ชาวนา?

///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////



หลัง จากที่สมาชิกหลายคนได้เริ่มต้นในบทเรียนที่ 1 และ บทเรียนที่ 2 กันแล้ว ตอนนี้คงถึงเวลาที่จะต้องพูดถึงเรื่องการดูแลต้นกล้าอินทผลัมได้แล้วครับ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป  เพราะความสำคัญของการผลิตต้นกล้าคุณภาพต้องพิถีพิถันทุกขั้นตอน ... วันนี้จึงมาแนะนำเคล็ดไม่ลับกับการดูแลต้นกล้าอินทผลัมแบบมือใหม่ทุกท่าน ครับ... นี่เป็นผลการทดลองจริงๆ ไม่ได้ไปลอกใครมาครับ  ทุกอย่างคือประสบการณ์ตรง แม้จะไม่มากแต่ก็ยินดีที่จะแบ่งปันถ่ายทอดให้กับสมาชิก  ยังดีกว่าผู้ที่รู้แล้วไม่แบ่งปันเลย...



ใน ระหว่างที่เมล็ดอินทผลัมนอนแน่นิ่งอยู่ในถุงดำ  ใช่ว่ามันจะอยู่เฉยๆ นะครับ  เพราะมันกำลังเร่งสร้างระบบราก โดยรากจะยาวมากกว่า 4 นิ้ว  จนบางครั้งต้องทะลุออกมานอกถุง เหมือนในภาพด้านบน  ก่อนที่มันจะพัฒนาเป็นลำต้นโผล่พ้นดินมาให้เราเห็น  ในช่วงนี้รากบางส่วนที่ทะลุถุงดำออกมา มีความสำคัญมากต่อการเจริญเติบโต  เพราะถ้าหากถุงดำของท่านวางไว้บนพื้นคอนกรีต รากอินทผลัมจะหากินได้อย่างไรบนพื้นแข็งๆ ใช่ไหมครับ ดังนั้นบทเรียนนี้จึงแนะนำว่า ควรวางถุงดำที่เพาะต้นกล้าอินทผลัมไว้บนพื้นด

แสดงหน้าละ โพส
แสดงโพสที่ 0-0 จากทั้งหมด 0 โพส
.....
ชื่อ
อีเมล
ข้อความ
  • ตอบกระทู้

MEMBER

STATISTICS

หน้าที่เข้าชม827 หน้า
ผู้ชมทั้งหมด460 ครั้ง
เปิดร้าน12 พ.ย. 55
ร้านค้าอัพเดท14 ก.พ. 56

CONTACT US

0865925009
Go to Top